การถือครองกรรมสิทธิ์ห้องชุดของชาวต่างชาติ
ตามกฎหมายของประเทศไทย คนต่างด้าวหรือนิติบุคคลต่างด้าว สามารถถือกรรมสิทธิ์ในห้องชุดรวมกันได้ไม่เกินร้อยละ 49 ของเนื้อที่อาคารชุดทั้งหมด โดยสัดส่วนที่เหลืออีกร้อยละ 51 จะต้องถือครองโดยผู้มีสัญชาติไทย หรือบริษัทที่ถือหุ้นส่วนใหญ่โดยคนไทย
1. ชำระเงินก่อนโครงการแล้วเสร็จ ( ร้อยละ 40 )
1.1 การวางมัดจำ ชำระค่ามัดจำเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท ซึ่งหักออกจากยอดเงินที่ต้องชำระทั้งหมด ในงวดสุึดท้ายโดยอัตโนมัติ
1.2 การทำสัญญา สัญญาจะซื้อจะขายจะต้องทำขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ หลังจากได้มี
การวางเงินมัดจำ โดยผู้จะซื้อต้องชำระเงินงวดแรกในวันทำสัญญาเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของราคาห้องชุด
1.3 การผ่อนชำระ จำนวนยอดเงินที่เหลือจะต้องแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ งวดละเท่าๆ กันทุก 30 วัน
ตลอดระยะเวลาการก่อสร้างจนแล้วเสร็จ
2. การชำระเงินยอดที่เหลือ ( ร้อยละ 60 ) โดยวิธีการโอน ซึ่งสามารถทำได้ 3 ช่องทาง ดังต่อไปนี้
2.1 เปิดบัญชีธนาคารในประเทศไทยในนามผู้ซื้อและโอนเงินเข้าบัญชี
2.2 โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัทไรมอนด์ แลนด์ ซึ่งทางบริษัทฯ จะให้บริการในการจัดการเรื่องเอกสารต่างๆ
2.3 ในกรณีซื้อห้องชุดในนามนิติบุคคลไทย ผู้ซื้อสามารถโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท ได้โดยตรง
แต่ละเฟสของโครงการจะมีการกำหนดสัดส่วนจำนวนห้องชุดที่สามารถถือครองกรรมสิทธิ์โดย ชาวต่างชาติไว้ในแต่ละอาคาร
3. ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
3.1 ค่าธรรมเนียมในการโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2 ของราคาขายห้องชุด
โดยบริษัทไรมอน แลนด์ จะรับภาระค่าโอนร้อยละ 50 และผู้ซื้อร้อยละ 50 โดยค่าธรรมเนียม
ดังกล่าวจะเกิดขึ้นในวันโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุด
3.2 เงินกองทุนนิติบุคคลอาคารชุด ชำระงวดเดียวในวันโอนกรรมสิทธิ์โดยคิดตามขนาดห้องชุด
3.3 ค่าธรรมเนียมส่วนกลางล่วงหน้า ชำระล่วงหน้าโดยคิดตามสัดส่วนต่อตารางเมตรต่อเดือน
Note : ค่าธรรมเนียมส่วนกลางหรือค่าธรรมเนียมงานบริหาร/ซ่อมบำรุง จะถูกนำไปใช้ ในการซ่อมบำรุงรายเดือนสำหรับตัวอาคาร พื้นที่สาธารณะ หน่วยรักษาความปลอดภัย การดูแลรักษาสระว่ายน้ำ เป็นต้น
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม:

ในการโอนเงินเพื่อชำระค่างวด ผู้ซื้อชาวต่างชาติต้องโอนเงินเป็นจำนวนอย่างน้อยครั้งละ 20,000 เหรียญสหรัฐฯ เพื่อให้ได้รับใบรับรองการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ(การโอนเงิน) หรือ FOREX Transfer Form ซึ่งเป็นเอกสารประกอบสำคัญในการใช้โอนกรรมสิทธิ์สำหรับชาวต่างชาติ ตลอดจนสามารถใช้เป็นเอกสารประกอบในการโอนเงินกลับสู่ประเทศต้นทางในภายหลัง
ผู้ซื้อชาวต่างชาติสามารถใช้เงินสกุลใดก็ใด้ในการชำระค่าห้องชุด โดยต้องทำการโอนเงินเข้าบัญชี ในประเทศไทยด้วยสกุลเงินดังกล่าว และแปลงค่าเป็นสกุลบาทไทยโดยธนาคารในประเทศไทย
เอกสารประกอบการซื้อขายที่จำเป็น
ชาวต่างชาติที่มีความประสงค์จะซื้อห้องชุดในประเทศไทยต้องนำหลักฐานไปแสดงต่อกรมที่ดินว่า ได้มีการโอนเงินจากต่างประเทศในรูปของสกุลเงินต่างประเทศ มิฉะนั้น กรมที่ดินจะไม่อนุมัติให้ จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์แก่ผู้ซื้อชาวต่างชาติผู้นั้น
- การโอนเงินต้องทำโดยใช้ชื่อเดียวกับที่ปรากฏบนสัญญาซื้อ เป็นต้นว่า หาก ทอม สมิธ
เป็นผู้ซื้อ ชื่อที่ปรากฏในใบแจ้งการสั่งจ่าย (ใบโอนเงิน) ต้องเป็นชื่อ ทอม สมิธ ไม่สามารถ
โอนในนาม ที.สมิธ หรือ บริษัทสมิธ หากผู้ซื้อมีสองคน ต้องระบุชื่อของทั้งสองคนลงใน
สัญญา และต้องแบ่งทำการโอนเงินเป็นสองครั้งแยกกัน โดยแต่ละคนโอนเป็นจำนวนเท่ากัน
- ต้องโอนเงินด้วยสกุลเงินต่างชาติเท่านั้น ห้ามโอนเงินในรูปสกุลบาทไทย เป็นต้นว่า
หากผู้ซื้อใช้เงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ ผู้ซื้อจะต้องโอนเงินในรูปของสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ
- ต้องระบุวัตถุประสงค์ของการโอนเงินลงในใบแจ้งการสั่งจ่าย โดยใช้รูปแบบดังนี้
"สำหรับสั่งจ่ายการซื้ออาคารชุด ห้องหมายเลข____ อาคาร____ โครงการ____"
โดยรหัสวัตถุประสงค์การทำธุรกรรมของธนาคารแห่งประเทศไทยคือ 381069
- จำนวนเงินที่ต้องชำระตามสัญญา
- 4.1 การวางมัดจำ ชำระค่ามัดจำเป็นจำนวนเงิน 100,000 บาท ซึ่งจะถูกหักออกจากยอดเงินที่ต้อง
ชำระทั้งหมดในงวดสุดท้ายโดยอัตโนมัติ
- 4.2 การทำสัญญา ผู้จะซื้อต้องชำระเงินเป็นจำนวนร้อยละ 10 ของราคาซื้อในวันทำสัญญา
จะซื้อจะขาย
- 4.3 การผ่อนชำระ ต้องชำระเงินเพิ่มเติมเป็นจำนวนร้อยละ 30 ของราคาซื้อ ตามที่กำหนดไว้ใน
สัญญาจะซื้อจะขาย
- 4.4 การโอนกรรมสิทธิ์ ชำระเงินเป็นจำนวนร้อยละ 60 ของราคาซื้อ โดยมัดจำ 100,000 บาท
สามารถนำมารวมเป็นส่วนหนึ่งในการชำะเงินงวดสุดท้ายได้
- การโอนเงิน สามารถทำได้ 2 ช่องทาง ดังต่อไปนี้
- 5.1 โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของผู้ซื้อในประเทศไทยโดยอ้างอิงตามแบบฟอร์มที่ให้ไว้
จากนั้นจึงโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัท ทั้งนี้ ผู้ซื้อต้องขอให้ธนาคารออกแบบการทำธุรกรรม
เงินตราต่างประเทศให้ ผู้ซื้อต้องโอนเงินเป็นจำนวนอย่างน้อยครั้งละ 20,000 เหรียญสหรัฐฯ
จึงจะสามารถขอรับ ใบรับรองการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศจากธนาคารได้ โดยหลังจาก
ที่ได้ทำการโอนเงิน ผู้ซื้อต้องขอให้ธนาคารออกเอกสารดังกล่าวให้ทันที ซึ่งอาจทำได้
ทั้งทางโทรศัพท์หรือยื่นเรื่อง ขอโดยตรง ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับขั้นตอนของแต่ละธนาคารกำหนด
หากโอนเงินเป็นจำนวนน้อยกว่า 20,000 เหรียญสหรัฐฯ ในแต่ละครั้ง ผู้ซื้อจะต้องยื่นเรื่อง
ไปยังธนาคารเพื่อขอจดหมายรับรองว่า การโอนเงินดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อชำระค่าห้องชุด
ทั้งนี้ ณ ปัจจุบัน ผู้ซื้อสามารถใช้ทั้งใบรับรองการทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ หรือจดหมาย
รับรองจากธนาคารเพื่อแสดงเป็นหลักฐานการโอนเงินต่อกรมที่ดินได้ หากไม่มีการนำ
หลักฐานดังกล่าวอย่างใดอย่างหนึ่งไปแสดง กรมที่ดินจะไม่อนุมัติให้จดทะเบียนโอน อนึ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่อา จเกิดขึ้น ทางบริษัทขอแนะนำให้ผู้ซื้อเรียกขอใบรับรอง
ธุรกรรมเงินตราต่างประเทศจากธนาคารในประเทศไทยทุกครั้งที่ได้ทำการโอนเงิน
- 5.2 โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัทโดยตรงโดยอ้างอิงตามแบบฟอร์มที่ให้ไว้ จากนั้น
ทางธนาคารของบริษัทจะเป็นผู้ออกใบรับรองธุรกรรมเงินตราต่างประเทศให้
ทั้งนี้ ทางบริษัทขอแนะนำให้ผู้ซื้อโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของบริษัทโดยตรง เพื่อความสะดวก ของตัวท่านเอง